当前位置:首页 > 综合 > แล้วใครจะดูแลเรา เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ 正文

แล้วใครจะดูแลเรา เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ

来源:仗势欺人网   作者:焦点   时间:2023-02-06 06:57:30
แล้วใครจะดูแลเราเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุทุกวันนี้แนวโน้มการอยู่คนเดียวของผู้สูงอายุกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเริ่มส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นในเรื่องการไม่มีผู้ดูแลในบั้นปลายชีวิต “สังคมไทย” ในปัจจุบันเริ่มกลายเป็นสังคมไร้ลูกหลาน","articleBody":"“อยู่คนเดียว แสนจะเปลี่ยวใจ โบราณว่าไว้แสนสบายแต่ไม่สนุก อยู่สองคน มีแต่ความทุกข์ แสนสนุก แต่ไม่สบาย ไตร่ตรองดูสองอย่างต่างกัน อันความดีนั้นเห็นต่างกัน ชนิดละฝ่าย อยู่คนเดียว เที่ยวกินใช้ คราเจ็บไข้ ไม่มีใครรักษาเรา...”...ใครที่เกิดทันในช่วงก่อนปี 2500 คงคุ้นหูกับเพลงนี้ดี “มีคู่เสียเถิด คุณขา” ของคุณดารารัตน์ เกียรติเกิดสุข ไม่น่าเชื่อเลยว่าแม้เพลงนี้จะเป็นเพลงดังข้ามยุคในอดีตเมื่อ 60 กว่าปีก่อน แต่ก็ยังสะท้อนภาพการอยู่คนเดียวและการมีคู่ในปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจทุกวันนี้แนวโน้มการอยู่คนเดียวของผู้สูงอายุกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเริ่มส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นในเรื่องการไม่มีผู้ดูแลในบั้นปลายชีวิต “สังคมไทย”...ในปัจจุบันเริ่มกลายเป็นสังคมไร้ลูกหลาน ค่านิยมเรื่องการมีคู่เปลี่ยนไป คนหนุ่มสาวเลือกที่จะอยู่เป็นโสดมากขึ้นแต่งงานกันช้าลง ต้องการมีบุตรน้อยลง หรือ...เลือกที่จะไม่มีบุตรเลยข่าวต่างๆผ่านสื่อสังคมออนไลน์และสื่อสาธารณะได้นำเสนอภาพความยากลำบากและความไม่ปลอดภัยในการใช้ชีวิตเพียงลำพังของผู้สูงอายุ อันเนื่องมาจากปัญหาทั้งทางด้านสุขภาพ จิตใจ เศรษฐกิจ การอยู่อาศัย รวมไปถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าไม่ถึงบริการทางสังคม\t\t \t\tประเด็นดังกล่าวนี้ได้ชวนขบคิด ในเรื่องการเตรียมความพร้อม หรือการเตรียมตัวที่จะรองรับจำนวนผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังคนเดียวซึ่งจะมีจำนวนมากขึ้นในอนาคต นำไปสู่คำถามที่ว่า...เมื่อต้องอยู่คนเดียวในบั้นปลายชีวิต ผู้สูงอายุกลุ่มนี้จะอยู่กันอย่างไร ใครจะเป็นผู้ดูแล?สถานการณ์การอยู่ตามลำพังคนเดียวของผู้สูงอายุ ในปี 2563 ประมาณครึ่งหนึ่งของครัวเรือนไทยทั้งหมดที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ ครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังคนเดียว และที่สามีภรรยาอยู่กันตามลำพัง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องน่าสนใจว่า...ในช่วงปี 2533–2563 ครัวเรือนทั้งสองรูปแบบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบ 6 เท่าตัวเลยทีเดียว“อยู่คนเดียว แสนจะเปลี่ยวใจ”...สะท้อนความรู้สึกเหงาโดดเดี่ยว เศร้าใจ ที่ต้องอยู่คนเดียว การวิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจอนามัยและและสวัสดิการ พ.ศ.2562 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังคนเดียวรู้สึกกังวลและซึมเศร้ามากกว่าผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ร่วมกับคนอื่นยิ่งมีอายุมากขึ้น ยิ่งมีความรู้สึกกังวลและซึมเศร้าเพิ่มขึ้น\t\t \t\tโดยเฉพาะผู้สูงอายุหญิง ที่มีความรู้สึกกังวลและซึมเศร้ามากกว่าผู้สูงอายุชาย เหตุผลหนึ่งมาจากการเสียชีวิตของคู่สมรสและการอยู่เป็นโสดศุทธิดา ชวนวัน เขียนเรื่องนี้ไว้ในวารสารประชากรและการพัฒนา สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล (ต.ค.-พ.ย.65) ระบุว่า งานวิจัยของสถาบันสะท้อนสภาพจิตใจของผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังคนเดียว ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่มีความรู้สึก “กังวลกับการอยู่คนเดียว และกลัวตายคนเดียว”“พวกเขาอยากให้มีคนแวะเวียนมาหาบ้าง การมีคนมาพูดคุยด้วยจะช่วยลดความเสี่ยงต่อความเปราะบางทางด้านจิตใจ”ประเด็นถัดมา “อยู่คนเดียว เที่ยวกินใช้ คราเจ็บไข้ ไม่มีใครรักษาเรา”...สะท้อนเรื่องการใช้ชีวิตคนเดียว อยากทำอะไรก็ทำได้ แต่ก็ยังทิ้งท้ายไว้ว่าหากเจ็บป่วยไม่สบายจะไม่มีใครช่วยดูแลรักษา ผู้สูงอายุหากไม่มีการเตรียมตัวในเรื่องการออมเงินมาก่อนหน้า เมื่อเจ็บป่วยไม่สบายยามชรา อาจไม่มีเงินไปรักษา\t\t \t\tรวมถึงเมื่อต้องอยู่ตามลำพังคนเดียว หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาลแล้ว จะไปได้อย่างไร ซึ่งข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ จากการสำรวจอนามัยและสวัสดิการ พ.ศ.2562 แสดงให้เห็นว่า ร้อยละ 26 ของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังคนเดียว...“ไม่มีผู้พาไปรับการรักษา”ประเด็นนี้ถือเป็นปัญหาสำคัญสำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียวโดยไม่มีลูกหลานดูแล ทำให้มีความยากลำบากในการเข้าถึงบริการทางสุขภาพ การเตรียมความพร้อมที่นำไปสู่การสูงวัยอย่างมีคุณภาพประเด็นสำคัญมีว่า...การเตรียมความพร้อมอย่างหนึ่งที่นำไปสู่การสูงวัยอย่างมีคุณภาพ คือการจัดบริการทางสังคมอย่างทั่วถึงและครอบคลุมให้กับคนทุกกลุ่มวัย หมายถึงว่า “ผู้สูงอายุ” ทุกคนควรได้รับการดูแลดังนั้น การมีระบบการดูแลโดยชุมชน (communitybased services) อาจเป็นคำตอบที่เหมาะสม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรเป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทในการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ร่วมกับภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชน วัด โรงเรียน โรงพยาบาล\t\t \t\tนอกจากนี้แล้วการจัดบริการทางสังคมควรเป็นในลักษณะสามารถเคลื่อนเข้าไปหาผู้สูงอายุในที่อยู่อาศัย สำหรับผู้ที่ไม่สามารถออกมารับบริการได้ด้วยตนเองและควรสนับสนุนการมี “ระบบช่วยเหลือการเข้าถึงบริการแบบครบวงจร”...รับที่บ้านไปยังจุดหมายปลายทาง...ส่งกลับบ้านในรูปแบบอาสาสมัครหรือธุรกิจต่อไปนี้การจัดบริการทางสังคมเพื่อผู้สูงอายุควรให้ความสำคัญมากขึ้นกับกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังคนเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่คนเดียวแบบไร้ญาติขาดมิตร สุขภาพไม่ดี...ติดเตียง เพราะเป็นผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบาง ควรจำเป็นจะต้องเฝ้าระวังและดูแลผู้สูงอายุกลุ่มนี้เป็นพิเศษ\t\t \t\tณปภัช สัจนวกุล ตอกย้ำถึงบริการการดูแลทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุว่า ขณะที่สังคมไทยกำลังเผชิญหน้ากับการสูงวัยของประชากรอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันกระแสการสูงวัยในถิ่นที่อยู่ (ageing in place) เป็นแนวทางที่นานาประเทศต่างสนับสนุนให้เกิดขึ้น เพื่อทดแทน หรือชะลอการเพิ่มขึ้นของการดูแลเชิงสถาบันเพราะนอกจากจะเป็นแนวคิดที่สนับสนุนให้ผู้สูงอายุสามารถยังคงอยู่ใน “บ้าน” และ“ชุมชน” เดิมของตนเอง ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและได้รับบริการดูแลที่จำเป็นเพื่อคงคุณภาพชีวิตที่ดีได้แล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการอยู่อาศัยในบ้านพักคนชรา“เชื่อว่า...เมื่อแก่ตัวลง หากเลือกได้พวกเราส่วนใหญ่ (ไม่ใช่เฉพาะคนไทย) ก็คงอยากอาศัยอยู่ในบ้านของเรามากกว่า ที่จะพาตัวเองย้ายไปอยู่ในบ้านพักคนชราหรือสถานอื่นใดที่มีลักษณะใกล้เคียง แต่หลายคนก็อาจตั้งคำถามว่า...แล้วเราจะอยู่ในบ้านเดิมของเราเองได้จริงหรือ โดยเฉพาะเมื่อไม่มีใครคอยดูแล.....”\t\t \t\tด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมีการจัดระบบ “บริการการดูแลทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุ” ภายใต้มิติขอบเขตที่ครอบคลุม อาทิ การดูแลส่วนบุคคล เช่น การช่วยอาบน้ำแต่งตัว, ความช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน เช่น บริการอาหาร การทำความสะอาด การทำสวน การจ่ายบิล, การดูแลทางสังคม เช่น การพาไปทำธุระ ไปหาหมอแต่บริการการดูแลทางสังคมนี้จำเป็นต้อง “เชื่อมต่อ” เข้ากับบริการทางสุขภาพอย่างไร้รอยต่อด้วยเช่นกัน ประสบการณ์ในต่างประเทศชี้ให้เห็นว่า “ท้องถิ่น”...ควรรับบทบาทเป็นเพียงนายหน้าหรือผู้สร้างภาคี ของการจัดบริการ แต่ส่งเสริมภาคเอกชนให้ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการ ภายใต้ มาตรฐานการกำกับดูแลโดยภาครัฐหากสังคมไทยตื่นตัว...ลงทุนกับการสร้างระบบบริการการดูแลทางสังคมกันอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้ ในอนาคตก็ไม่ต้องกังวล ตั้งคำถามกันอีกต่อไปว่าเราจะอยู่กันที่ไหน? อย่างไร? เมื่อแก่ตัวลง.

标签:

责任编辑:综合